Laemkom School Of Art

Art...For...Happiness


artlaemkom



หายใจก่อนครับอย่าลืมว่าตอนเป็นเด็ก สนุกแค่ไหน

เมื่อเด็กๆคิดเด็กๆฝันเราก็ไปว่ามันว่าเพ้อเจ้อไปว่ามันว่าเป็นเด็ก แนว
ผู้ใหญ่อย่างเราชอบด่าว่าเด็กๆโดยลืมว่าเราเคยเป็นเด็กมาก่อน
เรามุ่งแต่สอนให้ลูกเราเจริญทางสมองเพื่อเป็นคนเก่งคิดเก่ง วางแผนเก่งแล้ว
จิตวิญญาณของเขาล่ะจะเป็นอย่างไรชีวิตและความ เป็นมนุษย์”…จริยธรรมและความดีการศึกษาไทยขณะนี้มัวให้ความสนใจแต่การทดสอบ
และแข่งขันเอาแนวทางฝรั่งมาพัฒนาเด็กไทย จนจะเป็นเด็กไทยใจเป็นทาส(ต่างชาติ)ไปหมดแล้ว

สิ่งที่ผู้ปกครองควรทราบ

. คุณครูแหลม (ใจดี แต่ดุมาก) เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมเด็ก โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อ
คุณครูแหลมมุ่งเน้น ให้เกิดพัฒนาการของเด็ก ประการด้วยกันคือ
. กระตุ้นสมองซีกขวา (อารมณ์, ความคิดสร้างสรรค์ฯลฯ) ให้ทำงานสอดคล้องกับสมองซีกซ้าย (การจดจำ, วิชาการฯลฯ) . สร้างสมาธิ ที่เกิดจากการทำงานศิลปะอย่างมีความสุข . ลำดับความคิดโดยผ่านกระบวนการวางแผนของสมองที่ที่ได้บูรณาการแล้ว

. การทำงานศิลปะ ไม่ใช่การลอกเลียนแบบหรือการทำให้เหมือนต้นฉบับ
. เด็กๆ มีความสามารถเท่ากัน แต่มีความถนัดหรือจัดเจน ต่างกัน
. ความเข้าใจในศิลปะของผู้ปกครองแต่ละท่านต่างกัน ฉะนั้น ห้ามพูดคำว่า… “ ไม่สวยเลยลูก” … “ไม่เห็นได้เรื่องได้ราวเลยลูกเด็กๆ จะเสียใจและสับสน
. ให้พูดคำว่าสวยจังเลยลูกไหนลองเล่าให้คุณพ่อ-คุณแม่ฟังหน่อยสิจ๊ะท่านผู้ปกครองจะได้ทราบว่าเด็กๆ คิดอะไรอยู่ช่องว่างระหว่างวัยก็จะไม่เกิดขึ้น
. เด็กๆอาจจะเขียนรูปได้เหมือนเดิม แต่จะทำงานได้อย่างเสร็จสมบูรณ์ พูดรู้เรื่องเข้าใจคำสั่ง
. รู้จักคิด รู้จักคอย รู้จักยับยั้งชั่งใจ เข้าใจผู้อื่น
. วางแผนในการทำงานและสิ่งต่างๆ ที่จะทำได้ดีขึ้น
. สุภาพอ่อนโยน
๑๐. ทั้งนี้ท่านผู้ปกครองจะต้องร่วมมือด้วย โดยการติดตามเฝ้าดู สังเกตพฤติกรรมที่มักจะเปลี่ยนไปเสมอ

- การเรียนรู้ในชั้นต้น เด็กๆ จะได้ฉันทะ คือ ความรักความชอบในการทำงานตามหน้าที่
- การเรียนรู้ในชั้นกลาง เด็กๆ จะได้วิริยะ คือ ความขยันหมั่นเพียรในหน้าที่ของตัวเอง
- การเรียนรู้ในชั้นสูง เด็กๆ จะได้จิตตะ คือ การเอาใจใส่ ดูแล เข้าอกเข้าใจในผู้อื่น รู้จักยับยั้งชั่งใจ
- การเรียนรู้ในชั้นพิเศษ เด็กๆ จะได้วิมังสา คือ การคิดสิ่งใหม่ๆ รู้จักแก้ปัญหาด้วยตัวเอง

จุดมุ่งหมายของการเข้าค่ายศิลปะ
การทำงานศิลปะในสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ และฐานข้อมูลจริง จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพเชิงบวก. รู้จักสำรวจและวางแผน คิดคำนวณ ก่อนลงมือทำงาน ในทุกๆสิ่ง เช่นการเขียนภาพทิวทัศน์ ทะเล ต้องสังเกตทิศทางของลม
แนวทางขึ้นลงของแสงแดด สภา พบริเวณโดยรอบ ร่มเงา ฝุ่นทราย ประมาณระยะเวลาในการทำงานแต่ละขั้นตอน
. รับผิดชอบต่อตนเอง และเคารพสิทธิของผู้อื่น ใช้ชีวิตโดยลำพัง (ไม่มีผู้ปกครอง)
เพื่อร่วมกับกลุ่มสังคใหม่ที่มีแนวทางและจุดมุ่งหมายเดียวกัน
. ดูแลชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง ปรับเวลาขั้นตอนใหม่ เพื่อเข้ากับกลุ่ม และรักษา ผลประโยชน์ส่วนรวม
. คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยการปรึกษาคุณครู
. อยู่ในกรอบระเบียบของกลุ่มสังคมที่กำหนดขึ้น
. เป็นผู้นำและผู้ปฏิบัติที่ดี
. ฝึกการทำสมาธิ เพื่อจัดระเบียบการทำงานของสมอง
. พักสมองซีกซ้าย (ตรรกะวิชาการ) บูรณาการสมองซีกขวา (อารมณ์ความคิดสร้างสรรค์)
. กินอาหารที่มีประโยชน์ งดน้ำกระดูกพรุนและขนมกรุบกรอบทุกชนิด
๑๐. หยุดบริโภคสื่อ ที่กระตุ้นให้เกิดความอยาก (ห้ามดูทีวีและเล่นเกมส์กระตุ้นอารมณ์ชนะไม่ยอมแพ้ทุกชนิด)

ไม่ควรอ้าง  สิ่งกับลูก

. อ้างว่าไม่มีเวลา จำไว้ว่าพรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว
. อ้างว่าเงินก็ให้ไว้แล้ว จะทำอะไรก็ทำ เงินไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เวลาของความรักที่พ่อกับแม่มีให้ต่างหาก
. อ้างว่าเดี๋ยวลูกมันก็เหลิง จะชมไปทำไม กอดลูกไว้แล้วกระซิบว่า “…เก่งที่สุดเลยลูกคือสิ่งที่ดีที่สุดของพ่อกับแม่